วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2551

รีเอนจีเนียริง (Reengineering)

คือ การเริ่มต้นใหม่ มิใช่การปรับแก้สิ่งที่มีอยู่แล้ว หรือทำการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยรักษาโครงสร้างหลักแบบเดิมไว้ รีเอ็นจีเนียริ่งไม่ใช่เรื่องการ แก้ไขแบบตัดโน่นแปะนี่เพื่อทำให้ระบบที่กำลังดำเนินอยู่ดีขึ้น แต่มันหมายถึงการสลัดทิ้งกรรมวิธีที่ทำมาแต่ดั้งเดิม และมองหาหนทางใหม่ ๆ ในการสร้าง สรรค์สินค้าหรือบริการของบริษัท เพื่อที่ลูกค้าจะได้รับสิ่งที่มีคุณค่า มันหมายถึงการตั้งคำถามว่า " ถ้าในวันนี้ฉันจัดรูปองค์กรขึ้นมาใหม่ โดยใช้ความรู้ ที่มีอยู่ประสมประสานกับเทคโนโลยีปัจจุบัน บริษัทจะมีหน้าตาอย่างไร" การทำรีเอ็นจีเนียริ่งในบริษัทหนึ่ง ๆ หมายถึงการโยนระบบเก่าทิ้งไปแล้วเริ่มต้น ใหม่อีกครั้งด้วยวิธีกลับไปสู่จุดเริ่มต้นแล้วประดิษฐ์คิดค้นวิธีการทำงานที่ดีกว่าเดิมขึ้นมา รีเอ็นจีเนียริ่ง หมายถึง การพิจารณาหลักการพื้นฐานและการคิดแบบขึ้นใหม่ชนิดถอนรากถอนโคนของกระบวนการธุรกิจเพื่อบรรลุซึ่งผลลัพธ์ของการปรับ ปรุงอันยิ่งใหญ่โดยใช้มาตรวัดผลการปฏิบัติงานที่ทันสมัยและสำคัญที่สุดซึ่งได้แก่ ต้นทุน คุณภาพ การบริการและความเร็ว

ขั้นตอนการรื้อปรับระบบ
สามารถแบ่งขั้นตอนการรีเอ็นจีเนียริ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน การทบทวนกระบวนการธุรกิจ เป็นขั้นตอนแรกของการเริ่มต้นกระบวนการรีเอ็นจีเนียริ่งองค์การเพื่อที่จะศึกษาสภาพปัจจุบันและสร้างวิสัยทัศน์ ของการทำงานใหม่ให้ชัดเจน ซึ่งมีกิจกรรมหลักได้แก่
การวิเคราะห์องค์การ เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาองค์การทั้งระบบและกระบวนการทำงาน ซึ่งในทางปฏิบัติอาจใช้กลยุทธ์ของกระบวนการ AIC หรือใช้หลักการวิเคราะห์องค์การที่เรียกว่า SWOT ก็ได้
การสร้างวิสัยทัศน์ เพื่อกำหนดภาพพจน์อนาคตที่พึงประสงค์ขององค์การร่วมกันและให้ทุกคนเกิดความผูกพันและมุมานะที่จะพัฒนาองค์กร ไปสู่จุดหมายร่วมกัน การสร้างวิสัยทัศน์อาจสร้างได้หลายวิธี เช่น การคิดใคร่ครวญสืบค้นจากสภาพปัจจุบัน โดยใช้ฐานจากอดีต สอบถามความคิดเห็น จากผู้ปฏิบัติ ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญ หรือจากการฟังจากผู้ที่เกี่ยวข้อง หรืออาจใช้วิธีการคาดคะเนพิจารณาอนาคตจากการวิเคราะห์ SWOT (จุดเด่น จุดด้อย โอกาส และอุปสรรค)
การกำหนดกลุ่มเป้าหมายหรือกระบวนการรื้อปรับระบบองค์การเป็นการกำหนดสถานที่หรือพื้นที่ที่จะรื้อปรับระบบรวมทั้งกระบวนการหรือกลุ่มของกิจกรรมที่จะดำเนินการด้วยกระบวนที่จะรื้อปรับระบบดังนี้
- ต้องเป็นงานหลักหรือกระบวนการหลักขององค์การ
- ควรเป็นงานหรือกระบวนการที่ใกล้ชิดหรือที่สนองความต้องการของลูกค้า
- สิ่งที่เป็นปัญหาเร่งด่วนและอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์การได้ค่อนข้างสูง
- ต้องคำนึงถึงทรัพยากรเพราะการรื้อปรับระบบมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

ต่อไปนี้คือคุณลักษณะที่คล้ายกันซึ่งมักจะพบได้ในกระบวนการทางธุรกิจที่ได้ทำรีเอ็นจีเนียริ่งแล้ว
1. งานต่าง ๆ ถูกรวมเข้าเป็นหนึ่งงาน
2. พนักงานเป็นผู้ตัดสินใจ
3. ขั้นตอนในกระบวนการมีการทำไปตามลำดับเป็นไปอย่างธรรมชาติ
4. กระบวนการมีหลายรูปแบบ
5. งานต่างๆ จะถูกทำ ณ จุดที่เหมาะสมที่สุด
6. การตรวจสอบและการควบคุมลดลง
7. การประนีประนอมลดลง
8. ผู้จัดการเรื่องจะทำหน้าที่เป็นผู้ติดต่อเพียงจุดเดียว
9. มีการใช้การปฏิบัติการแบบรวมอำนาจหรือกระจายอำนาจที่กลับไปกลับมาได้เสมอ

ลักษณะของผู้นำรีเอ็นจิเนียริ่งที่ดี
1. มีบุคลิกลักษณะที่จะเป็นผู้นำ
2. มีความทะเยอทะยาน
3. เป็นคนที่ไม่หยุดนิ่ง
4. มีไหวพริบดี
5. มีความอยากรู้อยากเห็นอยู่เสมอ


ตัวอย่างการรีเอนจีเนียริง
คมนาคมเร่งรีเอนจิเนียริ่งขสมก.ทั้งระบบ


ขสมก. - นายสรรเสริญ วงค์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึง การสัมมนาเพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนปรับโครงสร้างการบริหารจัดการเพื่อฟื้นฟูฐานะทางการเงินขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่า ขสมก.จะต้องพิจารณาถึงภาพรวมของระบบขนส่งมวลชน ทั้งการ ปรับเส้นทางให้เหมาะสมกับการแบ่งพื้นที่ เพื่อการบริหารจัดการ และคำนึงถึงการสนับสนุนของรัฐบาลเป็นหลัก นอกจากนี้ต้องเน้นหัวใจของการขนส่งมวลชน ว่า ควรมีความปลอดภัยและความสะดวก รวมทั้งยังต้องเน้นวิธีการในการปรับปรุงการบริหารองค์กร ทั้งโครงสร้างภายใน บุคลากร และแผนการกำกับ ดูแลปัญหาหนี้สิน รวมถึงแผนการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ดีเชลเป็นก๊าซธรรม ชาติ (เอ็นจีวี) ด้วย เพราะแผนพัฒนาเกี่ยวข้องกับพลังงานและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนจะต้องเน้นเรื่องการปลูกฝังจิตสำนึกในการบริการที่ดี ให้แก่คนในองค์กรด้วยทั้งนี้ หากแผนปรับปรุงการบริหารของ ขสมก.ออกมาได้ดี และนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ขสมก. เรียบร้อยคาดไม่เกิน 1 เดือนหลังจากนี้ จะสามารถนำเรื่องทั้งหมดเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายบริหารจัดการ ระบบขนส่งมวลชน ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้ ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ ต่อการขนส่งมวลชนสาธารณะทั้ง กทม.และปริมณฑลต่อไป“รัฐบาลกลางคงเข้ามาช่วย ขสมก.ในเรื่องของระบบ พีเอสโอ ในการปรับปรุงหนี้ แต่ทางขสมก.เองจะต้องมีแผนอย่างชัดเจน เพื่อเป็นหลักประกัน ให้รัฐบาลมั่นใจว่า ขสมก.จะสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ไม่เช่นนั้นรัฐบาลก็จะต้อง ช่วยตลอดเวลา ส่วนเงินทุนสนับสนุนระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่รัฐบาลจะช่วยเหลือนั้น ตนยังไม่ทราบว่าจำนวนเท่าไหร่ ทั้งนี้ ขสมก.จะต้องไปวางระบบเชิงสังคมมากกว่านี้ว่าควรเป็นอย่างไรก่อน”
นายสรรเสริญ กล่าว ด้านนายพิเนศวร์ ผัวพัฒนกุล กล่าวว่า เป้าหมายหลักในแผนฟื้นฟูของ ขสมก.คือ การพัฒนาคุณภาพบริการรถเมล์ โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้โดยสารเป็นเป้าหมาย ซึ่งยอมรับว่าที่ผ่านผู้โดยสารไม่สามารถเลือกคุณภาพในการเดินทางได้ แต่แผนการฟื้นฟูนี้จะสามารถกำหนดคุณภาพบริการมาตรฐาน ขั้นพื้นฐานของรถเมล์ได้ เช่น คุณลักษณะของรถตั้งแต่ระดับความสูงของบันได ช่องทางเดิน ระยะความห่างของเก้าอี้ ระบบระบายอากาศในตัวรถ เป็นต้น เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของความสะดวกสบายในตัวรถ ส่วนสิ่งที่เป็นนอกตัวรถ เช่น การนำระบบจีพีเอส เข้ามาใช้เพื่อควบคุมความถี่ในการเดินรถจะสามารถ ควบคุมความถี่ได้สม่ำเสมอ โดยผู้โดยสารสามารถทราบได้ว่า ใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ในการรอรถเมล์ โดยอุปกรณ์เรื่อง จีพีเอส และตั๋วร่วม เป็นอุปกรณ์ส่วนเสริมสามารถนำมาติดตั้งได้เลยหากมีงบประมาณ ส่วนแนวโน้มในการขึ้นค่าโดยสารนั้น ขสมก.ยังไม่มีแผน นอกจากนี้หากสามารถนำระบบเอ็นจีวีเข้ามาใช้ได้จริง ตนเชื่อว่าต้นทุนค่าขนส่งจะถูกลงไปเอง ซึ่งตนได้ไปขอเจรจากับ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ว่าให้ตรึงอัตรา ค่าเอ็นจีวี ราคา 8.50 บาท/กิโลกรัม เป็นระยะเวลา 5 ปี ทั้งนี้หลังจากนี้ ขสมก.จะยกเลิกระบบให้สัมปทานกับรถร่วมเอกชน โดยจะร่างสัญญาจ้างบริหาร เดินรถเป็นกิโลเมตร ซึ่งไม่ต้องจ้างคนมาเก็บเงินเอง โดยเริ่มสัญญาใหม่หมด เป็นระยะเวลาระหว่าง 10-15 ปี เพื่อให้เอกชนสามารถนำสัญญานี้ไปเป็นหลัก ประกันในการยื่นขอกู้เงินมาลงทุนรถใหม่ โดยผู้ประกอบการจะต้องไปรวมกลุ่มเป็นนิติบุคคลมาจดทะเบียนกับ ขสมก. และหากผู้ใดไม่พร้อมยอมรับการ เปลี่ยนแปลง ผู้ประกอบการก็ไม่สามารถประกอบอาชีพนี้ได้“ผู้ประกอบการจะต้องรวมตัวเป็นนิติบุคคลเพื่อมาจดทะเบียนกับ ขสมก. ถ้าเป็นรถเมล์ใหญ่ ต้องรวมตัวกันมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 20 ล้านบาท ถ้าเป็นรถตู้หรือมินิบัสต้องรวมตัวกันมาเป็นทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาทเป็นขั้นต่ำ ถ้าเป็นรถเมล์เล็กสีเลือดหมูต้องไปรวมตัวกันมาเป็นนิติบุคคล ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 5 ล้านบาท เพราะฉะนั้นต่อไปจำนวนผู้ประกอบการจะน้อยลง เพราะจะเป็นนิติบุคคลมากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการบริหารการเดินรถ เป็นกิโลเมตร นั้นจะไม่มีทางขาดทุน ซึ่งจะมีเงินหมุนเวียนกลับเข้ามาและส่งผลให้การพัฒนาการให้บริการเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ซึ่งถ้าหากไม่สามารถทำได้ ขสมก.จะไม่พิจารณาต่อสัญญาให้”
นายพิเณศวร์ กล่าวสำหรับความคืบหน้าโครงการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ดีเชลเป็นระบบเอ็นจีวี นั้น นายพิเณศวร์ กล่าวว่า ในจำนวนรถทั้งหมดของ ขสมก. จำนวน 3,800 คัน จะนำมาเปลี่ยนเป็นระบบเอ็นจีวี 2,800 คัน และปลดระวางรถเก่า 1,000 คัน ซึ่งจะมีการสรรหาใหม่มาทดแทน ขณะที่กระบวนการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์จากระบบดีเชลเป็นระบบเอ็นจีวีนั้น เอกชนผู้สนใจจำนวน 12 ราย ได้นำรถที่ปรับเปลี่ยนแล้วเสร็จมาทดสอบแล้ว ซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการทดสอบของห้องแล็บควบคุมมลพิษ ซึ่งผู้ที่ผ่านคุณสมบัตินี้จะเข้าสู่การทดสอบ สมรรถภาพเครื่องยนต์ เพื่อพิจารณาว่าผ่านมาตรฐานไอพิษ ของกรมควบคุม มลพิษหรือไม่ หลังจากนั้นผู้ผ่านการทดสอบทั้งหมดจะไปวิ่งทดสอบในสนาม บริดจสโตน เมื่อผ่านก็จะเข้าสู่การทดสอบในเส้นทางจริง โดยสิ้นเดือนหน้าจะ สามารถสรุปได้ว่าเอกชนผู้สนใจผ่านการทดสอบบ้าง ซึ่งจะได้ขึ้นทะเบียน เป็นผู้มีสิทธิ์ยื่นความจำนงซื้อซองประกวดราคาต่อไป
ทั้งนี้ บริษัท จะต้องจัดทำแผนมาเสนอแก่ทาง ขสมก.ในการดำเนินการ จริง ได้แก่
1.แผนการจัดหารถ แผนการติดตั้ง และความสามารถในการผลิต รถได้กี่คัน/เดือน เป็นต้น
2.แผนการซ่อมบำรุงรักษา ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และค่าจ้างเหมาซ่อม เป็นต้น นอกจากนี้ จะต้องรับเงื่อนไขโดยการปรับปรุงสภาพตัวถังให้ใหม่ด้วย ซึ่ง ขสมก.จะเลือกบริษัทที่ให้ข้อเสนอดีที่สุด













ที่มา













วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2551

สรุปหลักเกณฑ์การพิจารณาและตัดสินใจในการนำระบบสำนักงานอัตโนมัติ

การพิจารณาการตัดสินใจนำระบบสำนักงานอัตโนมัติเข้ามาใช้เนื่องจากระบบงานสำนักงานอัตโนมัติเป็นงานที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะด้าน เป็นผู้จัดระบบดังนั้นก่อนจะสร้างระบบสำนักงานอัตโนมัติคงต้องเป็นหน้าที่ของบุคคลดังต่อไปนี้
1. ผู้ขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บริษัทที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์สำนักงานอัตโนมัติ มักจะให้บริการด้านการให้คำปรึกษาหรือเป็นผู้จัดตั้งระบบโดยไม่คิดมูลค่า เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของแต่ละสำนักงาน
2. ทีมงานเฉพาะกิจของบริษัทบริษัทที่ต้องการมีสำนักงานอัตโนมัติ อาจจัดตั้งทีมงานขึ้นมาเองเพื่อทำการวิจัยด้านนี้โดยเฉพาะและควรมีพนักงานที่มีความชำนาญด้านการจัดการข้อมูล
3. ที่ปรึกษาบางบริษัทไม่มีพนักงานที่มีความชำนาญพอที่จะจัดตั้งทีมงานขึ้นเองได้
4. ทีมงานเฉพาะกิจร่วมกับที่ปรึกษา